วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2550

คุยกับแม่ 28/8/50

วันนี้แม่มานวดที่บางบัวทอง เลยแวะเข้ามาหา พูดคุยกันเรื่องทั่ว ๆ ไป แล้ววกมาที่สุขภาพ เห็นแม่บอกว่าไปถอนฟันมา 1 ซี่ และยังมีซี่ ที่ยังปวดอยู่(ไม่ได้ถอน) อีก 1 เลยบอกแม่ไปว่า แป๊ป ๆ นะ เมื่อก่อนแม่ยังสาวอยู่เลย ไม่นานก็ผมหงอก แล้ว และตอนนี้ยังปวดฟัน อีกหน่อยฟันคงหมดปากและใส่ฟันปลอม แม่บอก ไม่ใส่หรอกใช้เหงือกเคี้ยวเอานี่แหละ
สักพัก แม่บอกว่าปีนี้ พี่สาวผม ก็อายุ 4x แล้ว พี่ชายก็ 3x ส่วนผมก็ 3x แล้ว แก่ไปทุกวันแล้วนะ เวลามันเดินไวจริง ๆ เดี๋ยวอีกหน่อยผม ก็คงเหมือนแม่ เวลาไม่เคยคอยใคร .. ต่อไปถ้าเราแก่แล้ว ไม่มีลูก หรือหลาน เวลาตายไป ทรัพย์สิน จะตกเป็นของใครนะ แม่บอกว่าที่ดินยังขายไม่ได้เลย ถ้าแม่ตายแล้ว ให้ผมประกาศขายต่อด้วยนะ ถ้าขายได้ก็ให้ขายไป ผมบอกว่า ถ้ารุ่นผมยังขายไม่ได้ เวลาผมใกล้จะตาย ผมเอาบริจาค นะแม่นะ .. แม่บอกทรัพย์สิน ไม่ใช่ของเรา เขาให้ยืมใช้ เท่านั้นตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ สุดท้าย ไม่มีใครได้อะไร ไปสักอย่าง..
บางคนบอกว่าเวลาเราคุยเรื่องความตาย ใกล้ตาย คนแก่ เราจะรู้สึกหดหู่ ผมว่าน่าจะจริง เพราะเรายังรู้สึกว่าไม่ได้ทำอะไรอีกตั้งหลายอย่าง และเรายังอายุน้อยอยู่ ไม่เคยคิดเรื่องแบบนี้ ฟังแล้วเลยหดหู่ แต่การที่แม่พาเข้าวัด ตั้งแต่เด็ก ๆ และคอยสั่งสอน ให้ใช้ชีวิตอย่าประมาท ทำให้เรื่อง "ความตาย" กับผมเป็นเรื่องใกล้กัน ผมคิดเรื่องนี้บ่อย ๆ แรก ๆ ก็รู้สึกใจหาย พอต่อไป ก็เริ่มทำใจ ว่ายังไงเราคงต้อง "ไป" เหมือน กับคนอื่น ๆ แบบเดียวกัน ไม่มีใครปฏิเสษ ความจริงข้อนี้ได้ ฉะนั้นเราต้องยอมรับความจริงกับมัน..
ผมจะวางแผน เสมอ ว่าถ้าผมตายไป อะไรควรจะต้องเป็นยังไง เรื่อง Adm ควรจะเป็นยังไง, เรื่องแฟนผมต้องยังไง, เรื่องเงินทอง, เรื่องงาน, แผนการณ์ที่วางไว้ มีหลาย ๆ เรื่องที่ต้องคิด เพื่อนผมบางคนบอกคิดมาก ยังไม่ถึงเวลาหรอก ผมบอกเรื่องนี้ไม่แน่หรอก ไม่มีใครบอกได้ว่าอะไรจะมาถึงเมื่อไร .. ทำบุญกันบ้างเน้อ..